หลายคนพอข้ามน้ำข้ามทะเลมาทำงานที่ยุโรปหรือประเทศชั้นนำอื่น ๆ แล้ว มักจะติดหล่มความเชื่อเดิมๆ ว่า “ถ้าไม่มีวุฒิปริญญาตรีจากไทยมา หรือจบมาไม่ตรงสาย ชีวิตนี้คงต้องทำงานใช้แรงงานไปตลอดกาล”
วันนี้เราจะมาเปลี่ยนความเชื่อแบบนี้กันเพราะในโลกของการทำงานระดับสากลโดยเฉพาะในเนเธอร์แลนด์และกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เขามีวิธีการที่จะทำให้คุณกระโดดข้ามขั้นไปคว้าปริญญาโทหรือเอกได้เลยแม้ในมือจะไม่มีวุฒิป.ตรีที่ตรงสาย (หรือไม่มีเลยก็ตาม!)
1. ความจริงที่โลกไม่ค่อยบอก: ประสบการณ์ทำงาน = หน่วยกิต
หัวใจสำคัญที่คนไทยต้องรู้คือระบบ RPL (Recognition of Prior Learning) หรือในบางประเทศเรียกว่า APEL (Accreditation of Prior Experiential Learning) ในภาษาดัตช์อาจเรียกว่า EVC (Erkenning van Verworven Competenties) ครับ
นี่คือระบบสากลที่มหาวิทยาลัยระดับโลกใช้เพื่อประเมินว่า “ทักษะที่คุณสะสมมาจากการทำงานจริง” สามารถเทียบเท่ากับความรู้ในห้องเรียนได้หรือไม่
ตัวอย่างเช่น: คุณอาจจะจบแค่ ม.6 หรือมีวุฒิครูจากไทยที่เอามาใช้สอนที่นี่ไม่ได้ แต่คุณทำงานในสายการจัดการร้านอาหาร หรือเป็น Supervisor ในคลังสินค้าที่เนเธอร์แลนด์มา 5-10 ปี มหาวิทยาลัยจะมองว่าคุณมี “Strategic Management” และ “Operations” อยู่ในตัวแล้ว ซึ่งเขาสามารถรับคุณเข้าเรียน Master of Business Administration (MBA) ได้โดยตรง
2. ใครบ้างที่ “ข้ามขั้น” ได้?
ไม่ใช่ทุกคนที่จะเดินดุ่ม ๆ เข้าไปเรียนได้ทันที แต่ถ้าคุณอยู่ใน 3 กลุ่มนี้ คุณคือ “ตัวเต็ง” ครับ:
กลุ่มที่ 1: ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (The Professional Veterans)
คนที่มีประสบการณ์ทำงานในสาขานั้น ๆ มาอย่างยาวนาน (มักจะ 5-10 ปีขึ้นไป) เช่น ช่างเทคนิคอาวุโส, กุ๊กที่กลายเป็นผู้จัดการครัว, หรือคนทำงานกราฟิกที่ฝึกฝนด้วยตัวเองจนเก่งกาจ
กลุ่มที่ 2: คนที่มีวุฒิไม่ตรงสาย (The Career Switchers)
เช่น มีวุฒิครูจากไทย แต่อยากผันตัวไปเป็น Learning & Development Manager ในบริษัทข้ามชาติ คุณไม่ต้องกลับไปเรียนป.ตรีบริหารใหม่ครับ แค่ใช้ RPL เทียบเคียงทักษะการสอนและการจัดการเรียนรู้เพื่อขอเข้าเรียนโทสาย HR หรือ Management ได้เลยซึ่งในมหาวิทยาลัยมีระบบนี้รองรับกันอยู่แล้ว
กลุ่มที่ 3: เด็กจบใหม่/คนทำงานที่ต้องการย้ายสายงาน (The High-Potential Risers)
คนไทยที่อาจจะจบป.ตรีสาขาหนึ่งมา แต่อยากย้ายไปสาย Highly Skilled Migrant ในสาขาที่ขาดแคลน เช่น IT หรือ Data คุณสามารถใช้การสอบวัดระดับ (Entrance Exam) หรือการทำ Portfolio ผลงานจริง เพื่อเข้าเรียน Pre-Master แทนการเรียนตรีใหม่ 4 ปี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการที่มหาวิทยาลัยมีเงื่อนไขอย่างไรครับ
3. กลยุทธ์การเปลี่ยนจาก Low-Skill เป็น High-Skill ในต่างแดน
การที่คุณอาศัยอยู่ในต่างประเทศอยู่แล้ว (มีวีซ่าพำนักหรือวีซ่าติดตาม) คือ “แต้มต่อ” มหาศาลครับ เพราะคุณไม่ต้องพะวงเรื่องวีซ่านักเรียนเป็นหลัก แต่คุณกำลังเรียนเพื่อ “อัปเกรดฐานเงินเดือน”
| สกิลเดิมที่มี (Low/Mid Skill) | สาขาที่ควรต่อยอด (High Skill) | ผลลัพธ์ที่ได้ |
| งานบริการ / งานโรงแรม | Master of International Hospitality Management | ผู้จัดการโรงแรม / Area Manager |
| งานธุรการ / งานครู | Master of Educational Leadership | Corporate Trainer / HR Specialist |
| งานช่าง / งานฝีมือ | Master of Project Management (Engineering) | Project Coordinator / Site Manager |
4. สรุป: โลกไม่ได้วัดกันที่ใบปริญญาใบแรก แต่วัดที่ “ใครกล้าขอ”
การเรียนโท-เอก โดยไม่มีป.ตรี ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่มันคือการใช้ Strategy ครับ คุณต้องรู้วิธีการเขียน Motivation Letter ที่ทรงพลัง และการทำ Competency Portfolio เพื่อเตะตาฝ่ายรับสมัครของมหาวิทยาลัยให้ได้ การหาตัวช่วยอย่างการเรียนคอร์ส Next-Gen Career Navigator ที่ Competently ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ช่วยให้เราพัฒนาชีพได้
เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้การทำงาน “นอกสายงาน” หรือ “งานใช้แรงงาน” มาลดทอนศักยภาพของคุณ ยุโรปและโลกกว้างมีที่ว่างให้คนที่พร้อมจะ Re-skill เสมอนะครับ
